ลิเวอร์พูลกลับสู่ความรุ่งโรจน์ในพรีเมียร์ลีก! แชมป์สมัยที่ 20 สร้างกำไรมหาศาล โมฮัมหมัด ซาลาห์ ทำลายสถิติตำนาน

กรุงเทพฯ 28 เมษายน 2568 — เสียงเชียร์ของแฟนบอลกว่า 60,000 คนที่สนามแอนฟิลด์ทำให้ท้องฟ้าของลิเวอร์พูลแตก เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันในเกมที่พบกับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สกอร์ 5-1 ไม่ใช่แค่ตัวเลขธรรมดา แต่เป็นชัยชนะประวัติศาสตร์ที่ยืนยันให้หงส์แดงเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024/25 แม้ว่าจะยังเหลือการแข่งขันอีก 4 นัด แต่อาร์เซนอลซึ่งรั้งอันดับสองด้วย 67 แต้ม ไม่สามารถไล่ตามทันได้อีกต่อไปแล้ว โดยเดอะกันเนอร์สเก็บได้เพียง 79 แต้มเท่านั้น ขณะที่ลิเวอร์พูลได้ครองแชมป์ไปอย่างเหนือชั้น การคว้าแชมป์ครั้งนี้เป็นสมัยที่ 20 ของสโมสรที่ได้รับฉายาว่าเดอะเรดส์ ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังงานเลี้ยงฉลองชัยชนะและงานปาร์ตี้แชมเปญ คำถามที่น่าสนใจก็เกิดขึ้นว่าตำแหน่งแชมป์นี้มีค่าแค่ไหนสำหรับลิเวอร์พูล?

ฤดูกาล 2024/2025 เป็นปีที่ไม่ธรรมดาสำหรับลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง หลังจากรอคอยช่วงเวลานี้มานานกว่าสามทศวรรษ ในที่สุดพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าเชื่อ ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้หลังจากชัยชนะถล่มทลาย 5-1 เหนือท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ที่แอนฟิลด์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2025 ซึ่งทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ แม้ว่าจะยังเหลือการแข่งขันอีก 4 นัดในฤดูกาลนี้ ด้วยชัยชนะครั้งนี้ ลิเวอร์พูลไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ตอนนี้เป็น 20 สมัยเท่านั้น แต่ยังทำให้ไม่มีทีมอื่นใดสามารถไล่ตามพวกเขาที่อยู่บนอันดับสูงสุดของตารางได้ อาร์เซนอลซึ่งอยู่อันดับสองมีเพียง 67 คะแนนและสามารถเก็บได้สูงสุด 79 คะแนน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะตามลิเวอร์พูลที่นำห่างไปแล้ว ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัวเลขในตารางคะแนนเท่านั้น แต่ยังเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่บ่งบอกถึงการฟื้นคืนชีพของลิเวอร์พูลในฐานะยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลอังกฤษอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากคว้าแชมป์รายการนี้มาได้ คำถามที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็เกิดขึ้น นั่นคือ ลิเวอร์พูลจะได้กำไรทางการเงินเท่าไหร่ แม้ว่าพรีเมียร์ลีกจะไม่มีเงินรางวัลพิเศษให้กับแชมป์ แต่สโมสรที่ครองตำแหน่งสูงสุดแต่ละแห่งก็ยังได้รับส่วนแบ่งกำไรจากพรีเมียร์ลีกมากที่สุด การจ่ายเงินรางวัลความสำเร็จนี้ขึ้นอยู่กับอันดับของสโมสรในตารางคะแนนสุดท้ายของฤดูกาล ทีมที่อยู่อันดับหนึ่งจะได้รับเงินรางวัลมากที่สุด ในขณะที่ทีมที่อยู่อันดับสอง อันดับสาม และอันดับต่อๆ ไปจะได้รับเงินรางวัลน้อยกว่าตามอันดับของพวกเขา

ฤดูกาลที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าได้รับเงินราวๆ 22.6 ล้านปอนด์ ในขณะที่เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งอยู่อันดับท้ายๆ ได้รับเพียง 1.1 ล้านปอนด์ เงินรางวัลเหล่านี้มาจากรายได้ของพรีเมียร์ลีกที่เก็บได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ และรายได้อื่นๆ ระบบการแจกจ่ายนี้แสดงให้เห็นว่าสโมสรชั้นนำอย่างลิเวอร์พูลจะได้รับกำไรมากเพียงใด ซึ่งคาดว่าจะได้รับเงินจำนวนมหาศาลเท่ากันในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตาม กำไรของลิเวอร์พูลไม่ได้มาจากการจำหน่ายสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในฐานะสโมสรที่มีฐานแฟนบอลจำนวนมากทั่วโลก ลิเวอร์พูลยังได้รับประโยชน์ทางการค้าอื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะจากภาคส่วนสปอนเซอร์ สโมสรใหญ่ๆ อย่างลิเวอร์พูลมักจะมีข้อตกลงสปอนเซอร์ที่มีมูลค่าสูงอยู่เสมอ และความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้จะช่วยเพิ่มความสนใจของสปอนเซอร์รายใหญ่เหล่านี้ได้อย่างมาก ตามรายงานบางฉบับ คาดว่าลิเวอร์พูลจะได้รับเงินมากกว่า 90 ล้านปอนด์จากภาคส่วนสปอนเซอร์ ซึ่งหากคำนวณเป็นเงินบาท ตัวเลขอาจสูงถึงกว่า 4,000 ล้านปอนด์ กำไรนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของลิเวอร์พูลในฐานะสโมสรฟุตบอลที่ทรงคุณค่าและมีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ลิเวอร์พูลไม่เพียงแต่มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับประเทศต่อไปเท่านั้น แต่ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมของพวกเขาในระดับยุโรปในฤดูกาลต่อๆ ไปอีกด้วย

โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ทำลายสถิติตำนาน

เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูลในการคว้าแชมป์ มีบุคคลที่ไม่สามารถแยกออกจากความสำเร็จนี้ได้ นั่นก็คือ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าชาวอียิปต์คนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขาอีกครั้งในแมตช์สำคัญที่พบกับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ซาลาห์ยิงประตูที่สวยงามในแมตช์นี้ ซึ่งเป็นประตูที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา หลังจากได้รับบอลที่ด้านขวาของสนาม ซาลาห์ก็เคลื่อนตัวไปในสนามอย่างใจเย็นและตัดเข้าด้านในหลอกกองหลังฝ่ายตรงข้ามก่อนจะยิงด้วยเท้าซ้ายอย่างแม่นยำเข้ามุมประตู ประตูนี้ไม่เพียงแต่ตัดสินชัยชนะเท่านั้น แต่ยังทำให้ซาลาห์เข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกอีกด้วย ด้วยจำนวนประตูในรายการนี้ทั้งหมด 185 ประตู ซาลาห์ได้รับการบันทึกให้เป็นผู้เล่นต่างชาติที่มีประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ ความสำเร็จของเขาในการทำประตูทีละลูกตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่เพียงแต่ในลิเวอร์พูลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในฟุตบอลอังกฤษโดยรวมอีกด้วย

ซาลาห์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อปี 2017 กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของสโมสร เขามีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ต่างๆ มากมาย ตั้งแต่แชมเปี้ยนส์ลีกไปจนถึงคลับเวิลด์คัพ และตอนนี้เขาก็ได้เพิ่มถ้วยรางวัลของเขาเข้าไปด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก นอกจากจะเป็นผู้ทำประตูแล้ว ซาลาห์ยังเป็นสัญลักษณ์ของการทำงานหนัก ความอึด และความเป็นมืออาชีพอีกด้วย ช่วงเวลาทำประตูของเขาที่เกิดขึ้นในแมตช์สำคัญกับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยการเล่นที่เต็มไปด้วยเทคนิคและทักษะ พิสูจน์ให้เห็นว่าซาลาห์เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกในปัจจุบัน ความสำเร็จนี้ยังช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของลิเวอร์พูลให้เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีคุณภาพส่วนบุคคลที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถผลิตผู้เล่นระดับสตาร์ที่สามารถบรรลุความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในระดับนานาชาติได้

นอกจากนี้ ความสำเร็จของลิเวอร์พูลในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ยังเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้จัดการทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกด้วย โค้ชชาวเยอรมันผู้นี้ได้นำลิเวอร์พูลผ่านการเดินทางที่ไม่ธรรมดาด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจน รวมถึงความสามารถในการกระตุ้นให้ผู้เล่นบรรลุศักยภาพสูงสุดของพวกเขา

คล็อปป์ทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เอาชนะได้ยากไม่เพียงในอังกฤษเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในยุโรปด้วย ภายใต้การชี้นำของคล็อปป์ ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์อันทรงเกียรติมาแล้วหลายรายการ และตอนนี้ก็เพิ่มแชมป์ลีกที่ทุกคนรอคอยอย่างพรีเมียร์ลีกเข้าไปอีก ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าโครงการระยะยาวที่วางไว้เริ่มให้ผลที่คุ้มค่าแล้ว

สำหรับลิเวอร์พูล การคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของรางวัลหรือเงินรางวัลเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลกอีกครั้ง ด้วยทีมที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นผู้นำที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นของคล็อปป์ และนักเตะดาวเด่นอย่างซาลาห์ที่ยังคงแสดงผลงานที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง ลิเวอร์พูลจะยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคู่แข่ง ทั้งในรายการระดับประเทศและระดับยุโรป

แชมป์ลีกครั้งนี้ยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกองค์ประกอบของสโมสรพัฒนาและเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเองต่อไปในอนาคต เมื่อพิจารณาว่าความสำเร็จนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวไกลที่ยังต้องดำเนินต่อไป ในฐานะสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่และมีแฟนบอลที่ภักดีทั่วโลก ลิเวอร์พูลจะเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นในงานต่างๆ

Leave comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *.